ล้มได้... ก็ต้องลุกได้

กระดานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข่าวสารต่างๆ ในวงการฟุตบอลไทย

ผู้ดูแล: อสูรชาย, bobobc07

กฏการใช้บอร์ด
ห้ามโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ห้ามโพสต์ข้อความหยาบคาย สร้างความแตกแยก และดูหมิ่นบุคคลอื่น
ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
วินนิ่งมั้ยสาดดด
สมาชิกระดับ 4
สมาชิกระดับ 4
โพสต์: 543
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 18 ธ.ค. 2013 10:36 am

ล้มได้... ก็ต้องลุกได้

โพสต์ โดย วินนิ่งมั้ยสาดดด » พฤหัสบดี 26 ก.ย. 2019 11:40 am



หลังสิ้นเสียงนกหวีดที่สนามธุวันนา สเตเดียม เกมที่ไทยแพ้เกาหลีใต้ 0-2 ในเกมนัดส่งท้ายรอบคัดเลือกศึกยู-16 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 กลุ่มเค ไม่มีใครมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า ไอ้หนูช้างศึกจูเนียร์จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายที่บาห์เรนได้

หนึ่งในทีมรองแชมป์กลุ่มที่ดีที่สุด 4 โควตา ดูแล้วมีโอกาสไม่น้อย แต่การที่ต้องลุ้นผลของสายอื่น ซึ่งอาจจะพลิกหลายตลบ เพราะเงื่อนไขมันซับซ้อน ก็ทำให้กองเชียร์ทั้งหลายหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนกัน

3 นัด 6 คะแนน กับประตูได้เสียที่บวกถึง 8 ลูก ถ้าบอกว่าจะไม่หวังเลยก็ไม่ได้ แต่จะหวังมากไปก็ไม่ดี เพราะกลุ่มอื่นก็ยิงกันอย่างสะบั้นหั่นแหลกอย่างกับหนังบู๊
ในศึกยู-16 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือกครั้งนี้ การกะซวกตาข่ายคู่แข่งเฉียด 10 ลูกมีให้เห็นกันดาษดื่น และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด

ไล่ตั้งแต่ ทาจิกิสถาน ชนะ คูเวต 9-0, อิหร่าน ชนะ มัลดีฟส์ 13-0, เยเมน ชนะ ภูฏาน 10-1, กาตาร์ ชนะ ภูฏาน 11-0, อินโดนีเซีย ชนะ นอร์ธเทิร์น มาเรียนา 15-1, จีน ชนะ นอร์ธเทิร์น มาเรียนา 15-0, เกาหลีเหนือ ชนะ กวม 16-0, สิงคโปร์ ชนะ กวม 10-1, ญี่ปุ่น ชนะ กัมพูชา 8-0 และ เกาหลีเหนือ ชนะ ไต้หวัน 10-0

ที่ไล่เรียงมาทั้งหมด ไม่ใช่การใบ้หวยหรืออัตราต่อรองอะไรทั้งสิ้น แต่มันคือความเป็นจริงของวงการฟุตบอลเอเชีย ที่ในระดับรากหญ้ายังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่มาก ทำให้มาตรฐานถูกตีแผ่ออกมาในรูปแบบของตัวเลขบนสกอร์บอร์ด

ถ้าเป็นรอบคัดเลือกในครั้งที่ผ่านๆ มา การเก็บชัยแค่นัดเดียว หรือการมีแต้มสะสมแค่ 3-4 คะแนน อาจเพียงพอแล้วสำหรับการเข้าสู่รอบสุดท้าย
แต่ในครั้งนี้ การเป็นอันดับ 2 ที่ดีที่สุดในโควตา 4 ที่นั่ง ต้องอาศัยแต้มที่สูงถึง 7 คะแนน ทำให้ในท้ายที่สุด ไทยก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปโม่แข้งในรอบสุดท้ายของปี 2020 ที่บาห์เรนได้อย่างที่หวัง

แต่อย่างไรก็ตาม หากจะมองที่การตกรอบ คงต้องบอกว่าผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ถ้ามองลึกในรายละเอียด ก็ยังมีอะไรหลายอย่างให้แฟนบอลพอยิ้มออกได้
อย่างแรกคือ เราได้เห็นการทำงานที่เอาใจใส่ของ “โค้ชซัลบา” ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย และทีมงานเอคโคโน ซึ่งเอาใจใส่กับเด็กรุ่นนี้เป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของระเบียบวินัย โภชนาการ จิตวิทยา และแท็กติก

ทีมชุดนี้โค้ชหนุ่มชาวสแปนิช ฟูมฟักกันมาตั้งแต่รุ่นยู-14 ได้ให้อะไรหลายๆ อย่างกับนักเตะพอสมควร และเป็นทั้งพ่อ ทั้งพี่ และทั้งโค้ช ให้กับเด็กๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนประเด็นต่อมาคือ เด็กชุดนี้มีระบบการเล่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงอะไรบางอย่างที่เรียกว่า “เพรสซิ่ง” ซึ่งเป็นจุดสลบของวงการฟุตบอลไทยมาอย่างช้านาน
ทั้งโดนชาวบ้านเขาเพรสซิ่ง หรือจะเล่นเพรสซิ่งซะเอง ไม่ใช่เรื่องที่เด็กไทยคุ้นเคยนัก เพราะไม่ได้ฝึกให้เล่นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พอจะไปเริ่มหัดตอนอายุ 20 กว่าๆ มันก็สายไปแล้ว

ดังนั้นถ้าจะพูดแบบชัดๆ ก็ต้องบอกว่า เด็กรุ่นนี้ยังสามารถต่อยอดไปได้ในอนาคต ขอเพียงแค่แฟนๆ ชาวไทยไม่เตะตัดขา ตัดอนาคตพวกเขา ด้วยการบ้วนคอมเมนต์แบบแรงๆ ไปบั่นทอนหัวใจนักเตะลงบนโซเชียลมีเดียมากจนเกินไป

เด็กชุดนี้ยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ขอแค่แฟนบอลร่วมชาติไม่ทอดทิ้ง หรือซ้ำเติมพวกเขา ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว ร่วมกอดคอให้กำลังใจกันต่อไป
บางทีน้องๆ เหล่านี้อาจจะสร้างรอยยิ้มและคราบน้ำตาของความดีใจให้กับแฟนบอลในอนาคตข้างหน้าก็ได้ ใครจะไปรู้...

-LEMON JUICE-
https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/1668506



เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ..... ชุดนี้น่าปั้นต่อครับ

ตอบกลับ